Visa

สถานทูตสหรัฐอเมริกาปรับอัตราค่าวีซ่า

เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทบทวนข้อตกลงและการดำเนินการออกวีซ่าตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (reciprocity) สำหรับวีซ่าชั่วคราว หรือ nonimmigrant visa ทั่วโลก สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ และสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จะเริ่มใช้ตารางที่ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลใหม่สำหรับวีซ่าชั่วคราวบางประเภทสำหรับบุคคลสัญชาติไทย ตามรายละเอียดด้านล่าง กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้คิดค่าธรรมเนียมและอายุของวีซ่าสหรัฐฯ สำหรับประเทศหนึ่งๆ ตามแนวปฏิบัติที่พลเมืองสหรัฐฯ ได้รับในประเทศนั้นๆ ตราบเท่าที่สามารถทำได้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยมีผลต่ออายุของวีซ่าบางประเภท และต่อค่าธรรมเนียมตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทนในการออกวีซ่า (reciprocity fee) เพื่อให้สอดคล้องกับอายุของวีซ่าที่พลเมืองสหรัฐฯ ได้รับ และค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระเมื่อสมัครขอวีซ่าประเภทต่างๆ ที่คล้ายคลึงกันจากรัฐบาลไทย ประเด็นสำคัญที่ควรทราบคือ การออกวีซ่าตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทนนั้นไม่ใช่การระบุระยะเวลาที่บุคคลสามารถพำนักในสหรัฐฯ ได้ โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) จะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาดังกล่าวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ตัวอย่างเช่น โดยทั่วไป นักเรียนนักศึกษาที่ถือวีซ่าประเภท F1 (และผู้ติดตามที่ถือวีซ่าประเภท F2) จะได้รับอนุญาตให้พำนักในสหรัฐฯ ได้ ตราบเท่าที่ยังมีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่ ไม่ว่าวีซ่าประเภท F จะหมดอายุหรือไม่ก็ตาม แต่หากนักเรียนนักศึกษาเดินทางออกจากสหรัฐฯ ภายหลังวีซ่าหมดอายุแล้ว นักเรียนนักศึกษาจะต้องสมัครขอรับวีซ่าใหม่ที่สถานทูตสหรัฐฯ หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ แม้ว่าจะยังมีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่ก็ตาม ข้อมูลจาก Facebook สถานทูตสหรัฐฯและสถานทกงสุลในประเทศไทย ประกาศการแก้ไขข้อมูลการออกวีซ่าตามหลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity)​

เมืองโกลด์โคสท์และเพริ์ทออสเตรเลีย รัฐฯอนุมัติวีซ่าให้เพิ่มอีก 25,000 คน !!!

เมืองโกลด์โคสท์ออสเตรเลีย รัฐฯอนุมัติวีซ่าให้เพิ่มอีก 25,000 คน !!! ต่อไปเมืองโกลด์โคสท์ และเพริ์ทของออสเตรเลียจะคึกคักและเต็มไปด้วยชาวต่างชาติรวมทั้งนักเรียนต่างชาติที่มาจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากอิมมิเกรชั่นออสเตรเลียได้ประกาศยกระดับเมืองโกลด์โคสท์และเพิร์ทจาก ‘majoy city’ เป็น ‘regional’ ส่งผลให้ immigration สามารถอนุมัติวีซ่าแก่นักเรียนชาวต่างชาติที่จะมาเรียนที่เมืองโกลด์โคสท์และเพริ์ทได้จำนวนมากขึ้นอีก นายกรัฐมนตรี สก๊อต มอริสัน กล่าวว่ารัฐฯออสเตรเลียใช้โปรแกรมอิมมิเกรชั่นนี้ช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจต่างๆในท้องถิ่น อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์สุขภาพ ในขณะเดียวกันยังช่วยดึงดูดชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานและนักเรียนต่างชาติที่มาศึกษาต่อ นั่นหมายถึงโอกาสการทำงานและการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2019นี้